หน้าแรก บล็อก หน้า 5

รวบแก๊งบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง ตั้งแต่เช้ามืด คุมสอบ หลังศาลอนุมัติหมายจับ

0
ตำรวจรวบ 5 ผู้ต้องหา แก๊งบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง ตามหมายจับ ตั้งแต่เช้ามืด มาคุมสอบที่ สน.บุคคโล คดีพริตตี้ลันลาเบล รอง ผบ.ตร. เตรียมสอบด้วยตนเอง

 

ภาพเพิ่มเติม

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 18 ต.ค. ที่ สน.บุคคโล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ที่ถูกศาลอาญาธนบุรี อนุมัติหมายจับ ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุ 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยที่บุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย

 

ภาพเพิ่มเติม

ประกอบด้วย 1.นายชัยพล หรือ คิว พรรณา อายุ 29 ปี 2.นายนที หรือ ตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี พี่ชายนายคิว 3.น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญตา อายุ 24 ปี แฟนสาวนายคิว 4.นายโกเมศ หรือ ปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ อายุ 35 ปี และ 5.นายกฤษฎา หรือ โนบิตะ โลหิตดี อายุ 27 ปี
ได้ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ประกอบด้วย พ.ต.อ.คมกฤช สุขไทย ผกก.สส.บก.น.8 และ พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล สนธิกำลังจับกุมตัวแล้วตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยขณะนี้ทั้ง 5 รายถูกคุมตัวเข้าห้องสืบสวน สน.บุคคโล อยู่ระหว่างให้ปากคำในเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน

 

ภาพเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า เวลา 09.00 น. วันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 จะมาสอบสวนทั้งหมดด้วยตนเอง

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/35IHzH3

“ธนาธร” ไปศาลให้ปากคำคดีหุ้นวีลัค บอกภูมิใจร่วมอุดมการณ์ กับอนาคตใหม่

0
“ธนาธร” ไปศาลรัฐธรรมนูญ ให้ปากคำคดีหุ้นวีลัค ทวีตบอกไม่ว่าอะไรจะเกิด ภูมิใจที่ได้ร่วมอุดมการณ์ กับชาวอนาคตใหม่

 

ภาพเพิ่มเติม

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @Thanathorn_FWP ระบุว่า ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ อย่างอบอุ่น ในการประชุมสภา และวันนี้ จะไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ปากคำคดีหุ้นวีลัค และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ตนภูมิใจเสมอที่ได้ร่วมอุดมการณ์กับชาวอนาคตใหม่ทุกคน

 

ที่มาจาก ทวิตเตอร์ @Thanathorn_FWP

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2VSSVE2

เสี่ยท็อปจนมุม ระบบไบโอเมทริกซ์ เจ้าตัวลั่นถูกหลอกให้แต่งงาน

0
รวบแล้ว “เสี่ยท็อปหมื่นล้าน” หลังมีการตรวจพบการแจ้งเตือนบุคคลมีหมายจับ และยืนยันตัวบุคคลจากระบบไบโอเมทริกซ์ ที่ช่องตรวจคนเข้าเมือง สนามบินดอนเมือง เจ้าตัวขอชี้แจง ลั่นตกเป็นฝ่ายถูกหลอกให้แต่งงาน
กรณี น.ส.ดาริน (ขอสงวนนามสกุล) พริ้ตตี้สาวชาว.จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ว่า ถูกนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือเสี่ยท็อป หลอกให้แต่งงานและหย่าขาดในวันเดียว ทิ้งหนี้สินค่าจัดงานแต่งงานให้ฝ่ายหญิงชดใช้ถึง 3.5 ล้านบาท เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี ทนายรณรงค์จึงนัดหมาย น.ส.ดารินไปแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลายครั้ง แต่ น.ส.ดาริน ผิดนัดมาตลอด จนนายรณรงค์ประกาศถอนตัวจากการเป็นทนายของ น.ส.ดาริน
ต่อมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ควง “ดาริน” สาวบุรีรัมย์ที่อ้างว่าถูกเสี่ยท็อปหลอกแต่งงานทิ้งหนี้ไว้ 3.5 ล้านบาท เข้าแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจ บก.ปอท. ตรวจสอบความผิดกรณีโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์ ฝ่ายหญิงแจง ตอนแรกที่ไม่เข้าแจ้งความกองปราบฯ เพราะทนายแนะนำว่าไม่เข้าข้อกฎหมาย ให้มาร้องทุกข์กรณีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แทน ขณะที่ตำรวจขอเวลาตรวจสอบหลักฐานก่อน ถ้าเข้าข่ายความผิดดำเนินคดีแน่
ส่วนเสี่ยท็อป เผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ปฏิเสธว่าไม่ได้หลอกลวงฝ่ายหญิง พร้อมเข้ามาเคลียร์ค่าเสียหายจากการแต่งงานทั้งหมด แต่อยู่ระหว่างเดินทางไปทำธุรกิจที่ฮ่องกง จะกลับมาแถลงข่าวช่วงปลายเดือนนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

ภาพเพิ่มเติม
ความคืบหน้าล่าสุดจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 21.30 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้รับรายงาน จาก พ.ต.อ.จันทร์ชัย แดงประเสริฐ ผกก.ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 ว่าร่วมกับตำรวจ สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.กำธร นิยม สว.สส.สน.ดอนเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และ พ.ต.ท.ปิติ ตรีกาลนนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ทดม. จับกุมนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือเสี่ยท็อป อายุ 49 ปี โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลตามหมายจับระหว่างพิจารณาศาลแขวงพระนครเหนือ ข้อหากระทำความผิดฐานพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 โดยมีการตรวจพบการแจ้งเตือนบุคคลมีหมายจับ และยืนยันตัวบุคคลจากระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometric) ที่ช่องตรวจคนเข้าเมือง สนามบินดอนเมือง ขณะเดินทางกลับจากฮ่องกง ด้วยเที่ยวบิน FD505
โดยพบว่านายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร เป็นบุคคลเดียวกับที่สังคมกำลังให้ความสนใจ และรู้จักกันในนาม “เสี่ยท็อป” ที่เป็นข่าวครึกโครมกรณีพิพาทประเด็นค่าใช้จ่ายงานแต่งงานที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางออกไป เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อวันที่ 6 ตุลา ที่ผ่านมา ที่สุวรรณภูมิ

 

ภาพเพิ่มเติม
โดยหมายจับดังกล่าว ได้รับประสานจากตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เป็นหมายจับระหว่างพิจารณาศาลแขวงพระนครเหนือ คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.8062/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อ.9319/2559 ข้อหากระทำความผิดฐานพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534
พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ และพล.ต.ต.วีรพลฯ ได้สั่งการให้ ด่าน ตม.ดอนเมือง ตรวจสอบข้อมูลหมายจับเพื่อยืนยันสถานะ และแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร เพื่อควบคุมตัว นำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ภาพเพิ่มเติม
ทั้งนี้ พล.ต.ต.วีรพลฯ ได้มีการกำชับให้ เจ้าหน้าที่ตม.ประจำช่องตรวจใช้ระบบเทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์ ที่ประจำทุกช่องตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อช่วยคัดกรองบุคคลอย่างเต็มที่ ทดแทนระบบเดิมซึ่งจะยกเลิกการใช้งานที่ ด่าน ตม.อื่นๆ ในช่วง.พ.ย.2562..ซึ่งจะช่วยให้มีการตรวจสอบที่ละเอียดยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะการยืนยัน อัตลักษณ์บุคคลทางชีวภาพ ทั้งใบหน้า และ ลายนิ้วมือ แม้ว่า ผู้ต้องหาจะพยายามปกปิด อำพราง ด้วยการเปลี่ยนทรงผม หรือ บุคลิกภาพผิดไปจากเดิมก็ตาม ตามนโยบายด้านการเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงของรัฐบาล และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ.
ล่าสุด นายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือเสี่ยท็อป เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า เรื่องสาวที่อ้างว่าถูกตนหลอกแต่งงานทิ้งหนี้ไว้นั้น ข้อเท็จจริงก็คือเราถูกหลอกให้แต่งงาน ไม่ใช่เราไปหลอกเขา ทั้งนี้ขอชี้แจงรายละเอียดกับพนักงานสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง เท่านั้น

 

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/35JLDXA

โจรโหดฆ่าชิงทรัพย์ทุบหัวยายดับ ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส ตร.ราชบุรีเร่งสอบ

0
ฆาตกรโหดก่อเหตุสยองกลางเมืองราชบุรี ไร้ปรานีทุบหัวยายร้านชำดับจมกองเลือดคาบ้าน ส่วนตานอนป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส พบครกหินวางพื้น กับสากหินเปื้อนเลือดตกอยู่ มีร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สิน
เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 17 ต.ค.62 พ.ต.ท.พรชัย ตรีอุดม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ที่ร้านขายของชำริมถนนสายเขางู-เบิกไพร เลขที่ 10 หมู่ 14 ต.เกาะพลับพลา อ.เมืองราชบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นนำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์เดช ศักดิ์สมบูรณ์ รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี พ.ต.ท.สุประพันธ์ โพธิ์ภิรมย์ รองผกก.สส.สภ.เมืองราชบุรี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจ.ราชบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลราชบุรี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์

 

ภาพเพิ่มเติม
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เปิดเป็นร้านขายของชำ ภายในร้านที่หน้าตู้เย็นแช่เครื่องดื่ม พบรอยเลือดเปรอะ มีท่อนไม้หักตกอยู่ 2 อัน ภายในร้านมีร่องรอยรื้อค้น ทรัพย์สินจนกระจุยกระจาย และพบรอยเลือดเป็นทางไปที่ด้านหลังร้าน ซึ่งเป็นห้องนอน และห้องครัว พบศพนางลำยอง พานสร้อย อายุ 74 ปี เจ้าของร้านดังกล่าว เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีแดง ชมพู กางเกงขายาวสีดำ มีรอยไหลนองพื้น เป็นที่น่าเวทนา ชันสูตรพบว่าที่ศีรษะและตามลำตัวถูกตีด้วยของแข็งหลายแห่ง

 

ภาพเพิ่มเติม
นอกจากนี้ยังพบร่างนายล้วน พานสร้อย อายุ 84 ปี สามีของนางลำยอง ผู้ป่วยติดเตียงนอนกองกับพื้น มีรอยถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณเหนือกกหูขวา 1 แห่ง อาการสาหัส รีบนำส่งโรงพยาบาลราชบุรี ตรวจสอบที่เกิดเหตุและในบ้านอย่างละเอียดพบครกหิน และสากหินที่แตกหักเปื้อนเลือดตกอยู่ บนเตียงนอนที่นายล้วนผู้บาดเจ็บนอนมีคราบเลือดจำนวนมาก ส่วนที่ห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ลูกบิดประตูถูกทุบจนเสีย ข้างในมีรอยรื้อค้น

 

ภาพเพิ่มเติม
สอบสวน น.ส.ชญานิตศ์ พูลมาเอง อายุ 44 ปี ชาวบ้าน ต.เกาะพลับพลา มีศักดิ์เป็นญาติของนางลำยอง และมีบ้านใกล้กัน ให้การเบื้องต้นว่า ขณะตนอยู่ในบ้าน หลานชาย อายุ 9 ปี ได้วิ่งมาบอกว่าได้ไปซื้อลูกอมที่ร้านยาย เรียกจ่ายตังค์แต่ยายไม่ตอบ เดินไปหลังร้านก็เห็นยายนอนมีเลือดไหล ตนจึงเรียกแม่ของตน และญาติๆ ให้เข้าไปดูก็พบยายนอนจมกองเลือด จึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 191 จากนั้นเดินหาตาอยู่ครู่ใหญ่ จึงพบว่าถูกทำร้ายจนนอนนิ่ง ได้ช่วยกันพยุงและรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ส่วนขณะเกิดเหตุนั้นทุกคนไม่ได้ยินเสียง เพราะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก

 

ภาพเพิ่มเติม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะทำทีเข้ามาเพื่อขอซื้อของ เมื่อเห็นยายอยู่คนเดียว จึงใช้ไม้ที่ถือติดมือมาข่มขู่เพื่อจะชิงทรัพย์ แต่ยายต่อสู้ เลยใช้ไม้ตีจนหัก ยายได้รับบาดเจ็บหนีไปหลังร้าน คนร้ายจึงคว้าครกกับสากเป็นอาวุธทุบตียายจนเสียชีวิต ส่วนตาเป็นผู้ป่วยติดเตียงต่อสู้ไม่ได้ คนร้ายเลยใช้ไม้ตีไป 1 ที จากนั้นคนร้ายน่าจะใช้ครกทุบลูกบิดประตูห้องทั้ง 3 ห้อง เข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินก่อนหลบหนีไป.

 

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2pwP9nw

“บิ๊กตู่” เตือน จะพูดเรื่อง จ.ชายแดนใต้ ต้องระวัง ชี้ คนจ้องขยายผล

0
“บิ๊กตู่”เตือน พูดเรื่อง 3 จ.ชายแดนภาคใต้ ให้ระวังอย่างที่สุด ฝ่ายก่อเหตุเน้นเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้น เพื่อขยายผลไปต่างประเทศ ฉุนจัด ซัด ไม่มีเกณฑ์ทหารแล้วถึงเวลาจะมีใครจะไปรบ
วันที่ 17 ต.ค. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงถึงสถานการณ์ ภาพรวม 3 จ.ชายแดนภาคใต้ ยืนยัน ความรุนแรงในพื้นที่ลดลง แต่กลุ่มก่อการในพื้นที่ ไปเคลื่อนไหวเน้นการเมืองมากขึ้น ทั้งนี้ ฝ่ายปฏิบัติงานก่อเหตุ มีความพยายามจะยกระดับสถานการณ์ในระดับประเทศมากขึ้น จึงเดินหน้าไปเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะต้องการขยายความไปยังต่างประเทศ ขณะภัยที่น่าเป็นห่วงอีกอย่าง คือ การแก้ปัญหายาเสพติด และเรื่องปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ ที่ผ่านมาทำให้ มีการใช้สื่อโซเชียลฯ มาปลุกระดมในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเกลียดชัง

 

ภาพเพิ่มเติม

นายกฯ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันภาครัฐบาล มีการกำหนดแผนไว้แล้วให้ยุติความรุนแรง จนท.ดำเนินการทุกวันโดยตลอด ทั้งยุติปัญหา ป้องกัน และไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ อีกเรื่องแผนงานบูรณาการ โดยขบวนการก่อเหตุ แนวทางของเขา คือ แบ่งแยกดินแดนและเรียกร้องเอกราช เป็นหลักการของเขาอยู่แล้ว เราก็ต้องหาวิธีแก้ไขนะครับ เราเดินแนวทางทุกข้อ เป้าหมายของเรา คือ ต้องยุติความรุนแรงให้สังคม และประชาชาติ รู้ว่า ประเทศไทยเรามีความสันติสุข เพื่อให้เราอยู่ร่วมกันได้เป็นปกติ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า กรอบเราต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในพื้นที่ ทำลายศักยภาพของขบวนการดังกล่าวในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ให้ได้ กราบเรียนว่าไม่ใช่เรื่องใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียว ต้องทำในหลายมิติ เสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนในพื้นที่ และต้องมีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตรงนี้ และต้องดำเนินการต่อเนื่องจากกระทรวงยุติธรรม

 

ภาพเพิ่มเติม

“ปัจจัยความสำเร็จ คือเรื่องการข่าว ติดตามแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ดูแลทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ เขาเสี่ยงตายในพื้นที่ ส่วนการใช้จ่ายงบประมาณมี 2 ขา ขาหนึ่ง คือหน่วยงานความมั่นคง ต้องมีแผนงานโครงการเดินเข้าไปหาชาวบ้านได้ เดินเข้าไปถืออาวุธอย่างเดียวทำไม่ได้ ส่วนความคืบหน้าแนวโน้มการสูญเสียลดลง แต่ผมก็ยังไม่พอใจ วันนี้เราเดินหน้างานทั้งหมด จัดงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เดินตามแผนงานทั้งหมด สิ่งสำคัญที่สุด จะลงทุนได้ต้องสงบและปลอดภัย ถึงจะลงทุนได้ ไม่เช่นนั้นไม่จบ การพูดจาภาคใต้ ขอให้พูดจาระมัดระวังที่สุด เพราะกระทบไปทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ วันนี้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้ มีการลงทุนไปบ้างแล้ว ทุกอย่างมันต้องเชื่อมโยงกันทั้งหมด” นายกฯ กล่าว…

 

ภาพเพิ่มเติม

นายกฯ กล่าวด้วยความฉุนเฉียวว่า การพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์จำเป็นต้องระวัง เพื่อไม่ให้กลายเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ที่มีคนพูดว่า มีการแสวงประโยชน์จากภาคใต้ ผมไม่เอาชีวิตคนทุกคนมาเพื่อประโยชน์ของผมหรือของใครก็แล้วโดยเด็ดขาด ชีวิตใครใครก็รัก ผมรับผิดชอบเขา รับผิดชอบทหาร รับผิดชอบเมียและลูกเขา ถ้าไม่มีทหารเกณฑ์แล้วใครจะไปรบ มาฝึกมาใช้เวลาในการใช้ชีวิตแบบทหารเพื่อให้เขามีกำลังใจในการรบ แม้ว่าจะรู้ว่า ข้างหน้าตาย แต่เขาก็ไป เพราะเขาเชื่อมั่นในผู้บังคับบัญชา ว่า จะไม่ทิ้งเขา ครอบครัวจะได้รับการดูแลภายหลัง นี่คือหลักการของการเป็นผู้นำ ยามปกติต้องดูแลเขา มีบ้านให้อยู่และอื่นๆให้เขาเพื่อจะเรียกเขามาใช้งาน 24 ชั่วโมง นั่นคือทหาร

 

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2VVAkay

ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ เฟส 2 รับเงินคืน 6,000 ไม่อยากพลาดสิทธิ์ ต้องทำอย่างไร?

0
  • คำถาม : ชิมช้อปใช้เฟส 2 จะมีหรือไม่?
    คำตอบ : นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ให้คำตอบว่า จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เมื่อผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ก็จะเปิดให้ลงทะเบียนได้ทันที

    ติดตามข่าวด่วนก่อนใคร
    ติดตามข่าวด่วนก่อนใคร
  • คำถาม : ชิมช้อปใช้เฟส 2 เริ่มลงทะเบียนเมื่อไหร่?
    คำตอบ : ผู้อำนวยการ สศค. ระบุว่า หากที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบ ก็จะสามารถลงทะเบียนได้เลยในวันที่ 23 ตุลาคม 2562
  • คำถาม : เข้าไปลงทะเบียนที่ไหน?
    คำตอบ : เข้าไปลงทะเบียนผ่านช่องทางเดิม คือ www.ชิมช้อปใช้.com โดยกรอกรายละเอียดเช่นเดียวกับชิมช้อปใช้เฟสแรก
  • คำถาม : ชิมช้อปใช้เฟส 2 นำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?
    คำตอบ : ผู้อำนวยการ สศค. ระบุว่า ชิมช้อปใช้เฟส 2 ไม่มีการลดหย่อนภาษีแบบที่เป็นข่าว เนื่องจากจะไม่ดึงกรมสรรพากรมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
  • คำถาม : ชิมช้อปใช้เฟส 2 ได้เงินกี่บาท?
    คำตอบ : ผู้อำนวยการ สศค. ระบุว่า ไม่ได้ให้เงิน 1,000 บาทเหมือนเฟสแรก แต่จะเป็นการคืนเงิน (cash back) 20% (ชิมช้อปใช้เฟสแรกรับเงินคืน 15% วงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท ได้คืน 4,500 บาท )

ยกตัวอย่างเช่น
คุณใช้เงินในกระเป๋าเงินช่องที่ 2 (แอปฯ เป๋าตัง) จำนวน 30,000 บาท คุณจะได้รับเงินคืน 6,000 บาท (คืนเงิน 20%)
คุณใช้เงินในกระเป๋าเงินช่องที่ 2 จำนวน 10,000 บาท คุณจะได้รับเงินคืน 2,000 บาท
คุณใช้เงินในกระเป๋าเงินช่องที่ 2 จำนวน 5,000 บาท คุณจะได้รับเงินคืน 1,000 บาท
คุณใช้เงินในกระเป๋าเงินช่องที่ 2 จำนวน 1,000 บาท คุณจะได้รับเงินคืน 200 บาท

  • คำถาม : 10 ล้านคนแรกที่ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ สามารถลงทะเบียนชิมช้อปใช้เฟส 2 ได้หรือไม่?
    คำตอบ : ผู้อำนวยการ สศค. ระบุว่า “สิทธิประโยชน์ของชิมช้อปใช้เฟส 2 กลุ่มผู้ที่ลงทะเบียน 10 ล้านคนแรก จะได้รับสิทธิประโยชน์เท่ากับเฟส 2 ทุกประการ และคนที่ลงทะเบียนเฟสแรกแล้ว คาดว่าจะสามารถใช้เงินในกระเป๋าเงินช่องที่ 2 ที่มีการคืนเงิน 15% สูงสุดไม่เกิน 4,500 บาทต่อเนื่องในเฟส 2 ได้เลย โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่อีกรอบ”
  • คำถาม : ผู้ที่ลงทะเบียนชิมช้อปใช้แฟสแรกผ่านเว็บไซต์เรียบร้อย แต่ไม่ใช้สิทธิ์(ไม่ใช้ภายใน 14 วัน) จนถูกตัดสิทธิ์ จำนวน 439,000 คน จะลงใหม่ได้หรือไม่?
    คำตอบ : อยู่ระหว่างการพิจารณา.

 

Content retrieved from: https://www.thairath.co.th/news/business/1684423?cx_testId=2&cx_testVariant=cx_1&cx_artPos=2#cxrecs_s.

ไพบูลย์ อวยสุดลิ่ม หนุนผ่าน พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 ชี้ ตอบปชช.ไม่ได้หากคัดค้าน

0
“ไพบูลย์ นิติตะวัน” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อวยสุดลิ่ม หนุนผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 แขวะ ฝ่ายค้าน จะตอบคำถามประชาชนไม่ได้หากคัดค้าน

 

ภาพเพิ่มเติม

วันที่ 17 ต.ค. ที่รัฐสภา ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พลังประชารัฐ ดีใจที่รัฐบาลจะใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมไม่เห็นด้วยมีสมาชิกในสภาบอกว่า ไม่สนับสนุนงบประมาณ เพราะประชาชนทราบอยู่แล้วการที่เศรษฐกิจจะเดินไปต้องมีงบประมาณมา และขอขอบคุณประชาชน เพราะรายได้งบประมาณนั้นก็มาจากภาษีประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม เรื่องที่มารายรับ หรือเรื่องรายจ่ายเป็นเรื่องสำคัญ ผมไม่เห็นด้วยว่าไปตัดโน่นตัดนี่ เพราะจะไปใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ รัฐบาลทำถูกต้อง อันดับ 1 ยุทธศาสตร์เสมอภาคและความมั่นคง ใช้งบประมาณกว่า 7 แสนล้าน
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ยุทธศาสตร์ชาติ คือ ความให้การเสมอภาคทางสังคม ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติให้โอกาสทางเศรษฐกิจ ด้วยการผลักดันเศรษฐกิจจากฐานราก เพื่อไปขับเคลื่อนสังคม จากแผนยุทธศาสตร์มีทั้งสิ้น 6 แผน ผมได้ดูแล้วเห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ รัฐบาลจัดงบประมาณให้ความสำคัญกับชุมชนและสังคม เป็นอันดับต้นๆ

 

ภาพเพิ่มเติม

“เรื่องงบประมาณเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ใช้งบประมาณไปในเรื่องอีอีซี หรือระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ทำให้เกิดความมั่นใจในการลงทุน หรืออย่างโครงการ “ชิมช้อปใช้” ผมเห็นว่า เป็นโครงการที่ดีมาก ผมยืนยันคนใช้สิทธิ์เป็นคนรุ่นใหม่ ผมจึงต้องขอขอบคุณรัฐบาล ถ้าไม่สนับสนุนผ่านงบประมาณฉบับนี้ ผมคิดว่าจะตอบคำถามประชาชนไม่ได้” นายไพบูลย์ กล่าว…
ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2IYkkiC

แถลงการณ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ไปประทับ รพ.จุฬาฯ รักษาลำไส้ใหญ่อักเสบ

0
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปประทับ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ รักษาอาการลำไส้ใหญ่อักเสบติดเชื้อ เจ็บพระนาภี(ท้อง) และมีพระปรอท (ไข้)

 

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระประชวร เสด็จฯ ประทับ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) และมีพระปรอท (ไข้) คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2562 ผลการตรวจพบว่า มีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจสักระยะหนึ่ง จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
17 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2VQObie

โจ๋ ม.ดัง ซิ่ง จยย.ขึ้นสะพานภูมิพล ดิ่งร่างลงเจ้าพระยาดับ

0

โจ๋ นศ. มรภ.จันทรเกษม ป่วยซึมเศร้า เครียดปัญหาส่วนตัว แถมงอนแฟนสาวไม่ยอมโทรกลับ ซิ่ง จยย.ขึ้นสะพานภูมิพล ก่อนตัดสินใจลาโลกดิ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ร่างจมหายในกระแสน้ำ

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 เวลา 11.00 น. ร.ต.อ.เทิดภูมิ ดวงปทุม รองสว.สอบสวน สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่ดูแลสะพานภูมิพล 1 ม.9 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่ามีชายมาจอดรถ จยย.บนกลางสะพานสะพานภูมิพล 1 และกระโดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาจมหายไปในน้ำ จึงพร้อมด้วย มูลนิธิร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบริเวณกลางสะพานภูมิพล 1 ขึ้นจากพระราม 3 มุ่งหน้าลงถนนสุขสวัสดิ์ พบ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น ฟีโน่ สีน้ำเงินขาว หมายเลขทะเบียน 6กว 9448 กทม. จอดอยู่ด้านซ้ายสุด โดยมีกุญแจเสียบคาไว้ และหมวกกันน็อก จำนวน 1 ใบ แขวนไว้ที่แฮนด์รถด้านขวา ใกล้กันบนทางเดินบนสะพานด้านนอก พบเสื้อคลุมสีเทาพร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่องวางอยู่ แต่ไม่พบตัวเจ้าของรถ จยย.แต่อย่างใด

จากการตรวจสอบภายในรถ ใต้เบาะพบเสื้อนักศึกษาสีขาว จำนวน 1 ตัว และกระเป๋าสตางค์ ซึ่งมีบัตรประจำตัวประชาชนชื่อ นายอนันต์ โต๊ะชาลี อายุ 23 ปี ที่อยู่ 146/1 ม.7 ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และบัตรประจำตัว นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม นศ.บ.622(4)/3 วิทยาการจัดการ นิเทศศาสตร์แขนงวิชาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่อใหม่ รวมถึงเอกสารบัตรอื่นๆ ภายในกระเป๋าและมีเงินอยู่ประมาณ 80 บาท ซึ่งเป็นแบงก์ 20 จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ตรงจุดเกิดเหตุ เปิดเครื่องมาแล้วตรวจสอบ Facebook ที่ชื่อ ตรงกับบัตรประชาชนซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีการโพสต์ข้อความล่าสุด 1 ชั่วโมงที่ผ่านมาก่อนเกิดเหตุ ข้อความเขียนว่า ไม่มีเหี้ยอะไรโอเคทั้งนั้นแหละ ไม่เคยมีตั้งนานแล้ว จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้หาข้อมูล เบอร์โทรศัพท์ญาติ เพื่อติดต่อสอบถาม

จากการสอบถาม นายตระการ ชัยชนะ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 88 ม.1 ต.โคกกุง อ.แก่งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นอาสาสมัคร เล่าให้ฟังว่า ตนได้รับแจ้งทางโทรศัพท์มือถือจากมีชาวบ้านบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งพระราม 3 ใต้สะพานภูมิพล 1 ว่ามีคนกระโดดลงมาจากสะพานภูมิพล 1 ลงมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนนี้ได้ไปตรวจสอบบริเวณที่ชาวบ้านพบเห็น ชาวบ้านแจ้งว่ามีชายผอม สูงประมาณ 175 กระโดดลงมาจากสะพานในลักษณะตัวตั้งกลางแขนลงไปในน้ำและหายไป ตนก็พยายามเดินดูรอบๆ เผื่อจะพบเจอจะได้ช่วยเหลือได้ทัน แต่ไม่สามารถค้นหาได้ จึงขับรถขึ้นไปบนสะพานภูมิพล พบรถ จยย.ของชายคนดังกล่าวอยู่กลางสะพานภูมิพล

จากนั้นจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้เปิดโทรศัพท์มือถือ ก็ได้มีสายเข้ามา ซึ่งเป็นสายของ น.ส.สุนิสา ทองประดิษฐ์ อายุ 23 ปี ที่อยู่ 3 27/296 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ซึ่งเป็นแฟนสาวของชายคนดังกล่าว โทรเข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส.สุนิสา ได้ร้องโฮและเสียใจเป็นอย่างมาก และเมื่อเดินทางมา ตำรวจจึงได้มอบทรัพย์สินของนายอนันต์ให้ แต่เจ้าตัวเสียใจและเป็นลมล้มลง เจ้าหน้าที่จึงให้ความช่วยเหลือให้ไปนั่งพักผ่อนบริเวณเก้าอี้

ต่อมา น.ส.สุนิสา ร้องไห้แล้วเดินออกไปบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงริมเขื่อน และจะกระโดดน้ำ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ช่วยเหลือไว้ทัน

จากการสอบถาม น.ส.สุนิสา เล่าว่า นายอนันต์ ได้เรียนอยู่ที่สถาบันดังกล่าว และมีอาการซึมเศร้า เครียดปัญหาเรื่องส่วนตัว แล้วก่อนเกิดเหตุเมื่อวาน นายอนันต์ได้โทรหาตนเพื่อให้ตนโทรกลับ แต่ตนลืมโทรกลับมาหา จนมารู้ว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและประสานอาสาสมัครมูลนิธิ ช่วยค้นหานายอนันต์ในแม่น้ำเจ้าพระยาจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง และจะเชิญญาติของนายอนันต์ รวมถึงแฟนสาว มาสอบถามหรือสอบปากคำเพิ่มเติมถึงข้อเท็จจริง และสาเหตุที่ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น.

หาคนเดียวเลี้ยง 4 ปาก วอนช่วยเหลือคุณยายตาบอด ดูแลหลานๆ ไม่เคยบ่นเหนื่อย

0

แม้จะหาคนเดียวเพื่อเลี้ยง 4 ปาก วอนช่วยเหลือยายตาบอดวัย 55 ดูแลหลานๆ กำลังกินกำลังนอน ไม่เคยบ่นเหนื่อย

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากประชาชนว่ามีหญิงพิการตาบอด ยึดอาชีพหมอนวดคลายเส้น หาเงินเลี้ยงหลาน 4 คน อาศัยอยู่ห้องเช่าเลขที่ 17/7 หลังโรงเรียนบ้านชากพุดทรา หมู่ 4 ต.ห้วยกะปิ สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างยากจน

ทั้งนี้ พบหญิงพิการตาบอดชื่อ นางสาวแสง แสงมาศ อายุ 56 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตาแบบบอดตาใส พักอยู่ห้องเช่ากับหลาน 4 คน เป็นผู้ชาย 2 คนชื่อ ด.ช.อดิศักดิ์ สมพร อายุ 11 ปี ด.ช.ธีรภัทร ลิ้มประดิษฐ์ อายุ 7 ขวบ ผู้หญิง 2 คนชี่อ ด.ญ.นาฎยา ลิ้มประดิษฐ์ อายุ 10 ปี และ ด.ญ.สุกัญญา ลิ้มประดิษฐ์ อายุ 14 ปี

โดยสภายภายในบ้าน มีที่นอนเป็นเสื่อน้ำมัน และผ้าห่มไม่กี่ผืน ไม่มีโทรทัศน์ดูเหมือนกับบ้านหลังอื่น โดยผู้เป็นยายอาศัยอาชีพเป็นหมอนวดคลายเส้น มีชาวบ้านมาใช้บริการน้อยมาก พอมีรายได้เล็กน้อยช่วยเหลือหลานไปวันๆ บางวันได้รับอานิสงส์จากผู้มีน้ำใจซื้อข้าวและกับข้างถุงมาให้ และไปขอข้าวอาหารจากพระที่เดินบิณฑบาตใกล้บ้านมากินเลี้ยงชีพไปวันๆ

 

นางสาวแสง กล่าวว่า ตนนั้นพิการตาบอดตาใสมาตั้งแต่ปี 2544 เพราะผ่าตัดสมอง และได้รับเลี้ยงหลานๆ ที่พ่อแม่ตระเวนออกไปทำงานก่อสร้างตามจังหวัดต่างๆ มีรายได้ไม่แน่นอน บางเดือนส่งมาให้ใช้จ่าย 500-1,000 บาท ซึ่งไม่พอที่จะเลี้ยงเด็กทั้ง 4 คน

อย่างไรก็ตาม ตนก็พยายามใช้อาชีพหมอนวดคลายเส้น และมีผู้มาใช้บริการครั้งละ 2 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 200 บาท บางวันก็มีลูกค้า บางวันก็ไม่มีลูกค้า ก็ใช้วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายกันไป มีกินบ้างไม่มีกินบ้างก็อยู่ตามประสายากจน

ทั้งนี้ ตนอยากให้หลานๆ ได้มีเงินเรียนหนังสือ และมีอุปกรณ์การศึกษา และรถจักรยานเก่าๆ 1 คัน เพื่อให้หลานถีบไปจอดที่ห้างสรรพสินค้า และขึ้นรถสองแถวไปโรงเรียน ขณะที่เด็กๆ อยากได้โทรทัศน์ไว้ดูหนัง ละคร และข่าวสารบ้านเมือง

สำหรับ ผู้ใจบุญท่านใดต้องการช่วยเหลือสามารถบริจาคผ่าน ธนาคารออมสิน สาขาเตาปูน เลขบัญชี 054450705469 ในนามนางสาวแสง แสงมาศ