หน้าแรก บล็อก หน้า 2

ราชกิจจาฯ ประกาศ ใช้แอปฯ โชว์ใบขับขี่ แทนใบขับขี่จริงได้ – ใช้สำเนาได้เช่นกัน

0
  เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมขนส่งทางบก ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การแสดงใบอนุญาตขับรถด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2562

โดยที่ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้มีการพัฒนาให้สามารถแสดงใบอนุญาตขับรถผ่านแอปพลิเคชันของกรมการขนส่งทางบก บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แทนการพกพาใบอนุญาตขับรถแบบเดิม ประกอบกับพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผู้ขับขี่ที่แสดงใบอนุญาตขับรถด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับรถตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ ถือว่ามีใบอนุญาตขับรถอยู่กับตัวแล้ว

 

ภาพเพิ่มเติม

ดังนั้น เพื่อให้มีแนวทางการแสดงใบอนุญาตขับรถ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 31/1 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 อธิบดีกรมการขนส่งทางบกออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในประกาศนี้ “ใบอนุญาตขับรถ” หมายความว่า ใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก แล้วแต่กรณี

ข้อ 2 การแสดงใบอนุญาตขับรถด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับรถ ให้กระทำได้เฉพาะกรณีผู้ขับรถมีใบอนุญาตขับรถที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่มี QR Code ซึ่งมีวิธีการแสดง ดังต่อไปนี้

 

ภาพเพิ่มเติม

(1) การแสดงใบอนุญาตขับรถโดยแสดงผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งทาให้ปรากฏภาพใบอนุญาตขับรถเสมือนจริง
(2) การแสดงใบอนุญาตขับรถโดยแสดงจากภาพที่ได้จากการสั่งเก็บภาพ (Capture) จากแอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE ของกรมการขนส่งทางบก
(3) การแสดงใบอนุญาตขับรถบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นภาพใบอนุญาตขับรถที่ได้จากการถ่ายภาพใบอนุญาตขับรถ
(4) การแสดงใบอนุญาตขับรถที่ทำสำเนาเอกสารจากใบอนุญาตขับรถ โดยจะเป็นภาพขาวดำหรือสี ก็ได้

การแสดงใบอนุญาตขับรถตาม (2) (3) และ (4) ต้องปรากฏข้อมูลใบอนุญาตขับรถ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังอย่างครบถ้วนถูกต้องตามรูปแบบใบอนุญาตขับรถ และต้องปรากฏเครื่องหมาย QR code ที่ชัดเจน เพื่อให้เจ้าพนักงานจราจรสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตขับรถได้

ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

 

ภาพเพิ่มเติม
ขอขอบคุณทื่มา  https://bit.ly/2puJT3X

เพื่อไทย โต้บิ๊กตู่ อาบน้ำร้อนมาก่อนไม่เกี่ยว ซัดขึ้นภาษีตามอำเภอใจ แต่ใช้ฟุ่มเฟือย-ไร้วิสัยทัศน์

0
วันที่ 19 ต.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพสุ รองประธานสภาฯคนที่ 2 เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นวันที่ 3 โดยฝ่ายค้านเปิดโอกาสให้ส.ส.หน้าใหม่ ขึ้นอภิปรายตลอดครึ่งวันเช้า โดยอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง
อาทิ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นคนแรกว่า การจัดสรรงบประมาณ ที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 2 แสนล้านล้านบาท และตั้งเป้าการการจัดเก็บรายรับ ที่ 2.731 ล้านบาท สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจที่มีปัญหา
จึงขอเรียกร้องว่ารัฐบาลอย่าใช้มาตรการเก็บภาษี ลักษณะรีดเลือดจากปู หรือ ขึ้นภาษีตามอำเภอใจ เพื่อรีดภาษีจากประชาชนและนำมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และจากการตั้งงบประมาณ ที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพยายามสืบทอดอำนาจ เพราะเน้นการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงมากกว่า
ส่วนการจัดสรรให้กระทรวงที่พัฒนาศักยภาพของมนุษย์ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับงบประมาณ 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งลดลงกว่า 2 แสนล้านบาท และรัฐบาลระบุว่าเพราะจัดสรรให้กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม แต่เมื่อนำงบประมาณของหน่วยงานที่โอนไปยังกระทรวงการอุดมศึกษาฯ พบว่ามีตัวเลขงบโดยรวมด้านการศึกษาลดลง 8,000 ล้านบาท
“การจัดสรรงบประมาณที่ลดลง ไม่น่ากังวลเท่ากับการบริหารงบประมาณที่ขาดวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในวงการด้านการศึกษาซึ่งยุค คสช. พบการเรียกรับเงินจากผู้ปกครองเข้าโรงเรียนใกล้บ้านที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกรณีดังกล่าวตรวจสอบแล้วแต่เรื่องเงียบเนื่องจากมีการทำเป็นกระบวนการและยังพบปัญหาล็อคเสปค แบบเรียน จากบุคคลใกล้ตัวของรัฐบาล ขอให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบด้วย

 

ภาพเพิ่มเติม

และการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อภิปรายเมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าเป็นคนอาบน้ำร้อนมาก่อนนั้น ดิฉันเห็นว่าเกิดก่อน เกิดหลังไม่เกี่ยว อยู่ที่ว่าจะรับฟังส.ส.และเรียนรู้หรือไม่ เพราะเป็นการสะท้อนเสียงประชาชน หากปิดหู ต่อต้าน หรือไม่รับฟัง จะทราบปัญหาที่แท้จริงได้อย่างไร
ขอถามท่านผู้นำว่าบริหารประเทศมา 5 ปี ท่านไม่ละอายใจบ้างหรือที่บอกว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน แต่เห็นชัดว่าบ้านเมืองเราย้อนหลังไป 30 ปี แสดงให้เห็นว่าการที่ยึดอำนาจไปไม่ได้เป็นสิ่งดีให้กับประชาชน ปัญหาทุกอย่างก็ยังวนเวียนอยู่ เหมือนกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันใช่หรือไม่ ที่ว่าจนยั่งยืน”น.ส.ธีรรัตน์ กล่าว
ขณะที่ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า ร่างพ.รบ.งบประมาณฉบับนี้ ตนขอเรียกว่า งบประมาณหอมหวานแบบคาหนังคาเขา ไม่รอบครอบ ไม่รัดกุมไม่บูรณาการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ร่วมมือกับนักวิชาการและประชาชน เพราะงบประมาณในส่วนของสิ่งแวดล้อม การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งมีเพียงแค่ 775 บ้านบาท
ทั้งที่เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ บางโครงการบอกกับชาวบ้านว่าปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่หลักๆคือการสร้างเขื่อนทำให้ชายฝั่งหายไป และบริษัทหน้าเดิมๆที่เป็นผู้รับจ้างทำโครงการ
ส่วน นายสันติ กีรนันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า ขอท้วงติงต่อการจัดสรรงบประมาณในยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดสรรรวม 1.8 แสนล้านบาท ถือว่าน้อยเกินไป เพราะเป็นยุทธศาสตร์ที่เน้นการพัฒนาคน และเป็นเรื่องระยะยาว ทั้งนี้ในการอภิปรายของสมาชิก
ตนขอให้อย่ามองประเทศไทยในแง่ร้าย แต่ควรมองหาช่องทางเพื่อปรับปรุง ทั้งนี้ยอมรับว่าในประเด็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศที่น่ากลัว คือ ความมั่นคั่ง ที่มีคนรวย 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศ ถือครองทรัพย์สินคิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินของประเทศทั้งหมด แต่ในทิศทางดังกล่าวจากงานวิจัยพบว่าความเหลื่อมล้ำดังกล่าวเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2J51Tca

บุกตรวจ 6 คาราโอเกะ ย่านสีลม ไม่พบปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ

0
ตร.บางรัก พร้อมด้วยผอ.สำนักพิจารณาภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ ลุยซอยพัฒน์พงษ์-ธนิยะ ตรวจ 6 คาราโอเกะ สุดท้ายพบว่าร้านมีใบอนุญาตถูกต้อง ไม่ปล่อยด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ

 

ภาพเพิ่มเติม

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 18 ต.ค. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก พร้อมด้วย พ.ต.ท.สาโรจน์ เพ็ญสูตร รอง ผกก.ป.สน.บางรัก นางอารียา สุภาพ ผู้อำนวยการสำนักพิจารณาภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ และนายปฏิญญา สันติชาติงาม รักษาราชการผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการประกอบกิจการ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลบางรัก ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการที่มีการให้บริการประเภทคาราโอเกะ ภายในซอยธนิยะ และซอยพัฒน์พงษ์ ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551

 

ภาพเพิ่มเติม

นางอารียา เปิดเผยว่า นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งดูแลรับผิดชอบเรื่องการประกอบกิจการโรงภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 กวดขันเรื่องการประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตของสถานประกอบกิจการของโรงภาพยนตร์ ร้านเกม ร้านคาราโอเกะ และร้านให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์

 

ภาพเพิ่มเติม

นางอารียา กล่าวต่อว่า จากการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการภายในซอยธนิยะ และซอยพัฒน์พงษ์ ซึ่งมีร้านให้บริการคาราโอเกะ จำนวน 6 ร้าน ซึ่งพบว่าร้านมีใบอนุญาตถูกต้อง และไม่พบว่าทางร้านมีการรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าทำงาน ไม่พบว่ามีการปล่อยให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ แต่อย่างใด

 

ภาพเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบแบบนี้ทั้ง 50 เขต ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบการประกอบกิจการของโรงภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำอะไรที่ฝ่าฝืนตามที่ได้กำหนดไว้ ก็จะเสนอต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาว่าควรจะเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ต่อไป

 

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2N7qRcf

“ปารีณา” อัดเจ็บ รัฐจำต้องกู้เงิน เหตุ ตามล้างหนี้จำนำข้าวรบ.ชุดก่อน

0
“ปารีณา” ติง ส.ส.อย่าอภิปรายงบด้านเดียว ชี้ รบ.จำต้องกู้เงิน ตามล้างหนี้รบ.ชุดก่อน ยัน เศรษฐกิจไทยตกต่ำจากปัจจัยภายนอก วอน ช่วยผ่านพ.ร.บ.งบฯ ร่วมพาประเทศเดินหน้า
วันที่ 19 ต.ค. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความยากจน จากที่ได้ฟังสมาชิกอภิปรายหลายคนในลักษณะเหรียญด้านเดียว ปัจจุบันรัฐบาลมีหนี้สินมากจริง ซึ่งเกิดจากการกู้ของรัฐบาลที่ผ่านมา การกู้เงินมาบริหารประเทศเป็นความจำเป็น และเกิดขึ้นกับทุกรัฐบาล แต่หนี้สินส่วนหนึ่งเกิดปัญหาความทุจริต คอร์รัปชัน โกงจำนำข้าว 6 แสนล้านบาท โกงหวยบนดิน จีทูจี โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรีที่หนีไปต่างประเทศ สร้างหนี้ไว้ให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนต้องตั้งงบประมาณจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท มาชดใช้หนี้โครงการจำนำข้าวดังกล่าว ส่วนคนโกงก็ไปอยู่ต่างประเทศ ชาตินี้ก็กินไม่หมด

 

ภาพเพิ่มเติม

น.ส.ปารีณา กล่าวว่า เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจากติดลบ ปัจจุบันนี้ทุกประเทศทั่วโลกเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดจากสงครามการค้า จีน สหรัฐฯ ประเทศไทยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เศรษฐกิจตกต่ำเป็นปัญหาทั่วโลก แต่ไทยถือว่า ได้รับผลกระทบน้อย รัฐบาลสามารถสร้างเสถียรภาพการเงินการคลังได้อย่างมั่นคง เห็นชัดเจนค่าเงินบาทแข็งมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ทำให้ไทยได้รับความน่าเชื่อถือจากทั่วโลก ปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และในบรรยากาศทั้งหมดนี้ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ยังจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยให้อยู่ในอันดับที่ 40 จากทั่วโลก เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง ครองแชมป์อยู่ ส่วนปัญหาความยากจนเป็นปัญหาเรื้อรังยาวนาน ทุกรัฐบาลยังแก้ไม่ได้ จึงไม่เป็นธรรมที่จะกล่าวหารัฐบาลนี้เป็นต้นเหตุความยากจน

 

ภาพเพิ่มเติม

ส.ส.ราชบุรี ยังกล่าวว่า แต่รัฐบาลมีการจัดงบประมาณและทำนโยบายแก้ไขเศรษฐกิจโดยส่วนหนึ่ง มีการนำภาษีมาช่วยอัดฉีดเงินช่วยเหลือชาวนา ชาวไร่ ผู้มีรายได้น้อย ทั้งการแจกเมล็ดพันธุ์ข้าว ประกันราคาข้าว 15,000 บาทต่อตัน ประกันราคายาง ราคาสินค้าเกษตร เป็นการใช้งบที่ประชาชนรออยู่ โดยเฉพาะประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 14.6 ล้านคน ซึ่งใช้งบ 4 หมื่นล้านบาท สวัสดิการผู้สูงอายุ 7.6 หมื่นล้านบาท คนเหล่านี้รองบประมาณจากรัฐบาลอยู่ จึงอยากให้ฝ่ายที่เห็นต่างมาร่วมกันเดินหน้าประเทศไทย ไม่ดึงรั้งว่าเมื่อไหร่จะได้เงินตามนโยบาย ก็ขอให้ช่วยกันโหวตให้กับร่างงบประมาณนี้ อย่าดึงรั้งประเทศไทย ขอให้ทุกคนเดินหน้าประเทศไทย ประชาชนรออยู่

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/31rIwQP

นายกฯ แจง งบกลาโหมจำเป็น ชี้ ยุทโธปกรณ์ล้าสมัย บอก ปชช.ไม่ฟังช่วงรัฐแจง

0
นายกฯ เข้าประชุม พิจารณางบฯปี 63 วันสุดท้าย แจง ความจำเป็นกลาโหม จัดงบซื้อยุทโธปกรณ์ เหตุ ไม่ทันสมัยต่อเหตุการณ์ ระบุ รับฟังความเห็น ส.ส.ทุกความเห็น ตัดพ้อ ปชช.ไม่ฟังช่วงรัฐบาลชี้แจง
วันที่ 19 ต.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวันสุดท้าย ว่า การอภิปรายงบประมาณมีประโยชน์ ถึงนายกรัฐมนตรี ก็รับฟังทั้งหมด ข้อเสนอใดดีก็บันทึกไว้ สำหรับวงเงินของงบกลางที่มีจำนานกว่า 4 แสนล้านบาท ที่ถูกมองว่า เป็นจำนวนมากนั้น จะต้องพิจารณาด้วยว่าส่วนใหญ่เป็นงบประจำ เหลือวงเงินจริงๆ ประมาณแสนล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้กรณีน้ำท่วมและช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงความต้องการเร่งด่วนต่างๆ อย่างกรณีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่พื้นที่มีการเสนอโครงการเร่งด่วน ที่มาก็จะมีการพิจารณาถึงความจำเป็น

 

ภาพเพิ่มเติม

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณของกระทรวงกลาโหม ว่า ที่มีคนมองว่าเยอะเพราะไม่ทราบกันว่า กระทรวงกลาโหม ทำภารกิจใดบ้าง วันนี้มีทหารบกลาดตระเวนอยู่บริเวณแนวชายแดนจำนวนมาก มีกองกำลังที่ต้องนอนกลางดินกินกลางป่า 7 กองกำลัง ทำหน้าที่สกัดกั้นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด ซึ่งเมื่อวานนี้ จับยาเสพติดได้ 1,500 กิโลกรัม ดังนั้นกองกำลังบริเวณชายแดน ที่มีพื้นที่ยาวกว่า 5,000 กิโลเมตร มีความสำคัญ
ส่วนกรณีงบประมาณในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เฉพาะกองทัพเรือ ต้องพิจารณาว่า หากเราไม่มีเรือที่ทันสมัยยังจะได้หรือไม่ ขออย่าให้คิดว่า มียุทโธปกรณ์จำนวนเยอะแล้ว แต่ขอให้ดูว่าสิ่งที่มีนั้นทันสมัยและทันต่อสถานการณ์หรือไม่ โดยงบประมาณในส่วนนี้มีตัวเลข 7-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นงบของกระทรวงกลาโหม และเป็นงบผูกพันไม่ได้ใช้เงินจากงบกลางไปจัดซื้อ นอกจากนี้ประเทศอื่นโดยรอบไทยมี แต่ถ้าเราไม่มี การเกรงอกเกรงใจเราจะมีหรือไม่ ขอยืนยันว่า ศักยภาพทางทะเลเป็นสิ่งสำคัญ มีภารกิจในการคุ้มครองประเทศจึงต้องมีความทันสมัยต่อโลกปัจจุบัน

 

ภาพเพิ่มเติม

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า วงเงินงบประมาณแม้ว่า จะมีตัวเลขที่สูงขึ้นแต่ภารกิจก็มีมากขึ้น ส่วนหนี้สาธารณะขณะนี้ไม่น่ากังวล เพราะถ่ายมีขีดความสามารถในการใช้หนี้ หนี้สาธารณะระยะสั้นอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ส่วนระยะยาวอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ ดังนั้นจะต้องหาเงินเข้าประเทศเพื่อมาใช้หนี้ เมื่อผ่อนชำระหนี้ได้มาก ก็จะทำให้มีกรอบวงเงินที่จะกู้ใหม่ได้ ยืนยันว่า จะไม่ขัดแย้งกับใคร พรรคการเมืองใด แต่อย่ามองว่า รัฐบาลไม่รู้เรื่องอะไรเพราะไม่ใช่ความจริง รัฐบาลไม่ทิ้งประชาชน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีมองว่า ประชาชนไม่ได้ฟังสิ่งที่รัฐบาลชี้แจงในสภา แต่ฟังสิ่งที่ผู้อภิปรายๆ ในสภา ซึ่งอภิปราย ผู้อภิปรายพูดให้ตัวเองดีแต่ต้องดูข้อเท็จจริงด้วย

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/33OpK7X

หมอดูเทวดาชี้ คนเกิด 4 วันนี้ ดวงจะพุ่ง ดีที่สุดในรอบ 10 ปี เตรียมจับเงินล้าน

0

ดวงพุ่งในรอบสิบปี คนมีบุญ 4 วันนี้ เตรียมรับโชคใหญ่ นำพาชีวิตดีขึ้น

 

 

 

ไฟไหม้กลางดึก ชุมชนริมทางรถไฟตลิ่งชันวอด เสียหายประมาณ 10 หลัง

0

ไฟไหม้กลางดึก ชุมชนริมทางรถไฟตลิ่งชันวอด เสียหายประมาณ 10 หลัง

ไฟไหม้ชุมชนริมทางรถไฟตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่ระดมน้ำสกัดเพลิงวุ่น เพราะ ที่เกิดเหตุเป็นซอยแคบ มีช่องทางเดียว ต้องใช้เครื่องสูบน้ำแบกหามเข้าไปฉีดน้ำดับด้วยความทุลักทุเล สุดท้ายไฟเผาวอดประมาณ 10 หลัง

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 19 ต.ค. ร.ต.ท.คฑาวัฒน์ นวลบัตร รองสารวัตร(สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณชุมชนริมทางรถไฟตลิ่งชัน ถนนบรมราชชนนี แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม. จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร และอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ริมทางรถไฟ ข้างยูเทิร์นใต้สะพานข้างทางรถไฟตลิ่งชัน ลักษณะเป็นชุมชนบ้านไม้ชั้นเดียวปลูกติดกันจำนวนหลายหลัง พบแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมาก การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุมีเพียงถนนช่องทางยูเทิรน์ช่องทางเดียว ทำให้รถน้ำไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำดับเพลิง ขนาดเล็กกว่า 10 เครื่อง สูบน้ำจากท่อระบายน้ำขึ้นมาทำการสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเพลิงสงบ มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 10 หลังคาเรือน เนื้อที่ประมาณ 400 ตารางวา

จากการสอบสวนนางเรียม แก้วทองสุข อายุ 67 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวทั่งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังนอนพักอยู่ภายในบ้าน จู่ๆได้ยินเสียงคล้ายไม้ลั่นเสียงดัง และมีกลิ่นเหม็น ต้นจึงลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่างออกดูพบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้ บริเวณหลอดไฟชายคาบ้านหลังที่ติดกัน โดยบ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่ เจ้าของบ้านใช้เป็นที่เก็บของเก่าจำพวกลังเบียร์ ตนจึงเรียกลูกชายให้ตื่นและพยายามจะหนีออกจากบ้านแต่แสงเพลิงลามมาปิดทางออก ตนและลูกชายจึงต้องปีนหน้าต่างหลังบ้านออกมาเพื่อหนีตาย ไม่ทันได้หยิบทรัพย์สินอะไรออกมานอกจากชุดที่ใส่นอน

ร.ต.ท.คฑาวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีบ้านที่ได้รับความเสียหายกี่หลัง ต้องรอให้เจ้าของบ้านแต่ละหลังมาแจ้งความเสียก่อน ในส่วนการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นทราบแต่เพียงบ้านต้นเพลิงเป็นที่เก็บของเก่า ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้พักอาศัย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม…

 

ธนาธร ขออภัย ทักษิณ หลุดพาดพิงถึงในศาล ยอมรับ ไม่เหมาะสม

0
“ธนาธร” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวิตเตอร์ส่วนตัว ขออภัย “ทักษิณ” หลังพูดพาดพิงถึง ระหว่างไต่สวนคดีถือครองหุ้นสื่อ บ.วีลัคมีเดีย ในศาลรธน. ยอมรับ ไม่เหมาะสม ที่กล่าวถึงบุคคลที่ 3
วันที่ 18 ต.ค. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวิตเตอร์ Thanathorn Juangroongruangkit ขออภัย ที่พาดพิงถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยอมรับไม่เหมาะสม กล่าวถึงบุคคลที่ 3 ระหว่างขึ้นไต่สวน คดีถือครองหุ้นสื่อบริษัทวีลัคมีเดีย ในศาล รธน.

 

ภาพเพิ่มเติม

เมื่อกลับมาฟังสิ่งที่ผมพาดพิงถึงคุณทักษิณในระหว่างการไต่สวนวันนี้ ผมยอมรับว่าตนเองกระทำไม่เหมาะสมที่กล่าวถึงบุคคลที่สามเช่นนั้น จึงขออภัยมาที่นี้ ที่ผ่านมามีความพยายามกำจัดนักธุรกิจที่จะมาทำงานการเมือง เช่นคุณทักษิณ ผมจึงพยายามจะทำให้ดีกว่าที่กฎหมายกำหนดเพื่อแสดงเจตนาตนเองให้ชัด

 

เมื่อกลับมาฟังสิ่งที่ผมพาดพิงถึงคุณทักษิณในระหว่างการไต่สวนในศาลวันนี้…

Posted by Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ on Friday, October 18, 2019

 

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2MNm9zS

“หมวดเจี๊ยบ”อัด”ธนาธร” ข้องใจ ทำไมต้องแขวะ”ทักษิณ”ให้เสียหาย

0
“หมวดเจี๊ยบ” ร.ท.หญิง สุณิสา สุดข้องใจ “ธนาธร” ถามทำไมต้องพูดแขวะพาดพิงอดีตนายกฯ “ทักษิณ ชินวัตร” ให้ได้รับความเสียหาย ระหว่างการไต่สวนปมถือครองหุ้นสื่อในศาลรธน.ด้วย

 

ภาพเพิ่มเติม

วันที่ 18 ต.ค. ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงต้องกล่าวพาดพิงถึงอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งๆ ที่ในการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ นายธนาธร ควรต้องเอาพยานหลักฐานไปแสดงต่อศาล เรื่องการถือหุ้นสื่อ แต่ก็แปลกเพราะพอเป็นเรื่องของตัวเอง นายธนาธร กลับอ้างว่า จำเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ได้เลย แม้แต่เรื่องง่ายๆ ที่คนมีสติสัมปชัญญะ โดยเฉพาะคนที่คิดการใหญ่ถึงขั้นเสนอตัวเป็นแคนดิเดต นายกฯ ควรต้องจดจำ เพราะเป็นเรื่องกติกาในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เช่น ตัวเองโอนหุ้นก่อนหรือหลังกำหนดวันหาเสียง นายธนาธร กลับอ้างว่าจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรก่อน-หลัง แต่นาย ธนาธร กลับรู้ดีว่า อดีตนายกฯ ทักษิณ คิดอะไรหรือทำอะไร ที่สำคัญ นายธนาธร ย่อมต้องเล็งเห็นล่วงหน้าอยู่แล้วว่า สิ่งที่นายธนาธรพูดในศาลเกี่ยวกับอดีตนายกฯทักษิณ จะต้องกลายเป็นประเด็นให้ทีมงานโซเชียลเอาไปโพสต์ โจมตี อดีตนายกฯ ทักษิณ ในโลกออนไลน์ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า นายธนาธร ทำแบบนี้เพื่ออะไร ทั้งนี้ ตนเองไม่ได้พูดในฐานะรองโฆษกพรรค แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว โดยไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคฝ่ายค้าน และตนกำลังพูดถึง นายธนาธร ไม่ได้พูดถึงพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งก็ต้องขออภัยผู้บริหารพรรคล่วงหน้า หากทำให้พรรคไม่สบายใจ แต่ที่พูดเพราะสงสัยจริงๆ ว่า นายธนาธร พูดถึงแต่เรื่องของตัวเองไม่ได้เหรอ ทำไมนายธนาธร จึงกล่าวพาดพิง อดีตนายกฯ ทักษิณให้ได้รับความเสียหาย ทั้งๆ ที่ นายธนาธร ควรใช้เวลาในศาลเพื่อชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง แล้วนายธนาธร จะพูดแขวะอดีตนายกฯ ทักษิณ เพื่ออะไร

 

ภาพเพิ่มเติม

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2qk7dSj

พ่อเห็นศพลูก นศ. ม.ดัง ดิ่งสะพานภูมิพล ลงเจ้าพระยาจมหาย ถึงปล่อยโฮ

0
พบแล้วศพ โจ๋ นศ. มรภ.จันทรเกษม ที่ป่วยซึมเศร้า ซิ่งจยย.ขึ้นสะพานภูมิพล ก่อนตัดสินใจลาโลกดิ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ร่างจมหายในกระแสน้ำ พ่อมาดูถึงกับปล่อยโฮบอกเสียใจมาก และรับว่าลูกป่วยซึมเศร้าจริง

 

ภาพเพิ่มเติม

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 น ร.ต.อ. เทิดภูมิ ดวงปทุม รองสว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่ดูแลสะพานภูมิพล 1 ม.9 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่ามี นายอนันต์ โต๊ะชาลี อายุ 23 ปี ที่อยู่ 146/1 ม. 7 ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ขี่รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำเงิน ขาว หมายเลขทะเบียน 6กว-9448 กทม. มาจอดกลางสะพานภูมิพล 1 และถอดเสื้อพร้อมวางโทรศัพท์ไว้ด้านบนทางเดินบนสะพานด้านนอกและกระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาจมหายไปนั้น

 

ภาพเพิ่มเติม

ล่าสุดวันที่ 18 ต.ค.2562 เวลา 18.00 น. ร.ต.อ.เทิดภูมิ ดวงปทุม รองสว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งจากนายชัยวัฒน์ ยะโอษฐ์ อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.13 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่ามีผู้พบศพชายลอยน้ำเสียชีวิตอยู่ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามวัดลางขมิ้น ม.2 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดตรวจสอบ

 

ภาพเพิ่มเติม

ที่เกิดเหตุ กลางแม่น้ำเจ้าพระยาห่างจากฝั่งวัดบางขมิ้น ประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่และชาวบ้านนำเรือออกไปลากศพผู้เสียชีวิตเข้ามาที่ฝั่งท่าน้ำวัดบางขมิ้นและนำขึ้นมาตรวจสอบพบเป็นชายสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินตัวเดียว เสียชีวิตมาประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานไปที่ นายอนุตธ์ โต๊ะชาลี ผู้เป็นพ่อของ นายอนันต์ โต๊ะชาลี นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม นศ.บ.622(4)/3 วิทยาการจัดการ นิเทศศาสตร์ แขนงวิชาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่อใหม่ ที่กระโดดสะพานภูมิพล 1 และจมหายไปเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2562 เพื่อมาดูศพ เมื่อมาถึงนายอนันต์ โต๊ะชาลีและญาติถึงกับร้องไห้โฮ ด้วยความเสียใจ และยืนยันว่าเป็นลูกชายตนเองที่เป็นโรคซึมเศร้า และขี่รถมาจอดไว้ที่สะพานภูมิพล 1 และกระโดดลงน้ำจมหายไป

 

ภาพเพิ่มเติม

นายอนุตย์ โต๊ะชาลี พ่อนายอนันต์ เล่าว่า เมื่อ 2 ปี ก่อนหน้านี้ บุตรชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจึงพาไปรักษากับจิตแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี แพทย์จ่ายยามาให้รับประทาน เพื่อรักษาอาการ และกำชับให้สังเกตพฤติกรรม เดิมบุตรชายอยู่หอพักใกล้สถานศึกษา จึงให้ย้ายกลับมาพักกับครอบครัว ที่อำเภอพระประแดง เพื่อจะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วงหลังอาการเริ่มกำเริบ เนื่องจากมีพฤติกรรมลักษณะโลกส่วนตัวสูง โดยล่าสุด เกิดอาการเครียด คิดมาก จากผลงานที่จะต้องนำเสนอส่งอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ของบุตรชายเอง ทางบ้านก็ปลอบประโลม โดยบอกว่าไม่มีใครกดดัน ทั้งทางบ้านและสถานศึกษา เนื่องจากทำดีแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุ บุตรชายขอไปนอนค้างที่บ้านเพื่อน โดยบอกว่าจะไปทำรายงาน เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทางบ้านกลับไปทำบุญวันออกพรรษา ทราบอีกครั้งก็เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

 

ภาพเพิ่มเติม

ด้าน ร.ต.อ. เทิดภูมิ ดวงปทุม รองสว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง ได้มอบศพให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำศพส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ

 

ขอขอบคุณที่มา https://bit.ly/2Bs4U26